วิวาทะ “ประสบกาม” เกย์ บนหน้านิตยสาร Guy

[To read “Against Gay Erotica: Selections from Guy Magazine” with an introduction in English, click here]

เอกสารชุดนี้ประกอบไปด้วย
1. Essay “‘ประสบกาม’: ยาพิษเคลือบน้ำตาลอีกเม็ดหนึ่ง” โดย ธงรบ จินันทุยา
2. จดหมายถึงบ.ก. “ไม่ควรโจมตีคนอื่น” จาก ผู้อ่านคนหนึ่ง
3. จดหมายถึงบ.ก. “อยากปรบมือให้” จาก นักวิเคราะห์ตลาดรุ่นเยาว์
4. จดหมายถึงบ.ก. “เลิกอุดมคติเสียเถอะ” จาก สุข/ราชบุรี
5. จดหมายถึงบ.ก. “ตักน้ำใส่กะโหลก” จาก วีรพงศ์
6. จดหมายถึงบ.ก. “อยากให้โชว์มากๆ” จาก ฉลวย
(6.5 ชวนคิด จาก มหาตมา คานธี)
7. จดหมายถึงบ.ก. “จดหมายถึงผู้อ่านจาก พชร ณ นคร”
8. จดหมายถึงบ.ก. “อุดมการณ์แดกไม่ได้แล้วหรือ” จาก 042
9. จดหมายถึงบ.ก. “จดหมายจากอรัญ รจเรจน์” และ
10. Sex Essay “บนถนนสายเปลี่ยว” โดย หมอกลาง

ข้อมูลทั้งหมดได้มาจาก Thai Rainbow Archive, copyright Peter A. JacksonAustralian National University และ British Library Endangered Archives Programme ท่านสามารถเข้าถึง กาย แมกกาซีน ทั้ง 12 เล่มได้ที่นี่


ไฟล์ภาพได้รับอนุญาตให้ใช้จาก Thai Rainbow Archive, copyright Peter A. Jackson, Australian National University และ British Library Endangered Archives Programme.

Volume 4 (1991, ไม่ลงวันที่)

Essay (หน้า 90-92)

‘ประสบกาม’ ยาพิษเคลือบน้ำตาลอีกเม็ดหนึ่ง

โดย ธงรบ จินันทุยา

ถ้าหากถามบรรดาแฟนหนังสือแนวเกย์ที่วางขายกันเกลื่อนกลาดว่าชอบคอลัมน์ไหนมากที่สุดของเล่ม เชื่อเถอะว่าคงทั้งร้อยจะตอบพร้อมเพรียงกันว่า “ประสบกามไงล่ะ” เจ้าของนิตยสารแนวดังกล่าวจับจุดตรงนี้ถูก จึงตอบสนองด้วยการเปิดคอลัมน์เหล่านี้ในชื่อเสียงเรียงนามที่ต่างกันไป เพียงเพื่อเอาน้ำตาลหวานล่อใจให้ผู้อ่านหลงใหลในเนื้อหา และแน่นอนจำนวนการจำหน่ายย่อมเพิ่มทวีคูณในบัดดล

ลองเปิดคอลัมน์ “ประสบการณ์ประทับใจ” ของนิตยสารเกย์ฉบับหนึ่งมีข้อความว่า “ผมจูบซุกไซ้ไปที่ซอกคอ ติ่งหู ต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนถึงท่อนลำของพี่ไก่ ลูบไล้เบา ๆ กำมันไว้ในมือ จูบไซ้ไปรอบ ๆ ไหมสีดำ เลียใต้ผลเงาะ พร้อมทั้งใช้ฟันขบเบา ๆ แล้วก็ไล่ลิ้นไปรอบ ๆ ท่อนลำของพี่ไก่ ทั้งใหญ่และยาวมากจนอมไม่มิด พี่ไก่ร้องครางซี้ดซ้าดไม่เป็นภาษา บั้นท้ายลอยขึ้น ท่อนลำขยับเข้าออก ปากผมเลื่อนขึ้นเลื่อนลงเร็วขึ้น จนได้ยินเสียงพรับ ๆ พี่ไก่เร่งความเร็วขึ้นสักพักก็เกร็งตัวกดหัวผมแน่น แล้วพิษรักของเขาก็พุ่งฉูดเข้าลำคอของผมอย่างแรง”

เป็นอย่างไรบ้างกับถ้อยภาษาและจินตนาการที่เกิดขึ้น คงให้อารมณ์แผ่ซ่านไปทั่วทุกรูขุมขน บางคนอาจชื่นชมว่าช่างเป็น “ศิลปะ” ที่เข้าถึงแก่นของอารมณ์ บางพวกอาจมองว่าช่าง “ลามก” เสียจริงเชียว ซึ่งหากจะหาข้อยุติกันแล้วคงต้องเปิดพจนานุกรมฉบับ 2525 ตรงคำว่า “อนาจาร” หมายถึงความประพฤติชั่ว ความประพฤติน่าอาย นอกรีต นอกแบบ ลามก น่าบัดสี น่ารังเกียจแก่ผู้อื่นในด้านดีงาม หากใช้เกณฑ์เหล่านี้มาใช้กับข้อเขียนเหล่านี้ดูบ้าง

ตัวอย่างในคอลัมน์ “ในความทรงจำ” ตอนหนึ่งมีว่า “ส่วนริมฝีปากของเราประกบกัน ปลายลิ้นพันกันนัวเนียอยู่ในปาก ผมเลื่อนมาที่ซอกคอ หัวนม สุดท้ายก็หยุดตรงส่วนที่พงหญ้าสีดำสนิทที่ขึ้นดกดำ ผมเลียและดูดมังกรของเขาอย่างเมามัน มือของผมก็ไม่ได้ว้างเลย ลูบที่ลูกบอลลูกใหญ่ของเขาไปมาเบา ๆ เสียงสั่น ๆ บอกว่าเสียวเหลือเกิน ให้ผมรีบเร่งเข้าหน่อย ผมก็เลยเร่งจังหวะเสียจนถี่ยิบ แล้วเขาก็ดันมังกรของเขาพรวดเข้ามาเกือบถึงคอหอยของผม ปล่อยเอาน้ำรักเข้าในลำคอของผมอย่างมากมาย”

หรือในคอลัมน์ “ห้องห้าเหลี่ยม” ดังตอนหนึ่งว่า “เท่านั้นเองมังกรซึ่งทั้งใหญ่ทั้งยาวของพี่ทีก็ผงาดออกมาชูคอสีแดงหัวบานทีเดียว ผมรูดมันเล่นไปมา พี่ทีเริ่มครางแต่แกคงทำอะไรไม่ได้เพราะเมาได้ที่ ผมรูดมันเล่นจนมีน้ำหล่อลื่นออกมาผมจึงใช้ริมฝีปากจูบเล็มเลียไปตามบริเวณหัวของมังกร พี่ทีเริ่มครางดังขึ้นส่ายสะโพกไปมา ผมจึงอมมังกรเข้าปาก แต่ได้เพียงครึ่งเดียวเพราะมันทั้งใหญ่ทั้งยาวล้นปากไปหมด จึงจัดการรูดมังกรขึ้นลงด้วยปากอย่างเร็ว”

ถึงตรงนี้บอกได้หรือยังว่างานเขียนเป็นศิลปะหรือลามกอนาจาร ถ้ายังลังเลอีกก็คงต้องอ้างถึงอาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ นักวิชาการศิลปะได้ให้ข้อสังเกตในการพิจารณาข้อเขียนเกี่ยวกับศิลปะและอนาจารไว้ว่า

  • ผลงานทางศิลปะส่งเสริมพุทธปัญญา ส่วนอนาจารไม่ส่งเสริมศีลธรรม
  • ผลงานทางศิลปะมีอดีต ปัจจุบันและอนาคต แต่อนาจารนั้นมีแต่ความพอใจในอารมณ์ในเวลานั้น ขณะนั้น
  • ผลงานศิลปะมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเสมอ ตรงข้ามกับอนาจารมีคุณค่าชั่วครั้งชั่วคราว
  • ผลงานศิลปะสร้างขึ้นเพื่อสนองอารมณ์และความพอใจในกรอบศีลธรรมและสภาพสังคม แต่ผลงานอนาจารมุ่งเพื่อเงินเป็นสำคัญ

คงไม่แปลกนักที่งานเขียนจะเอ่ยถึงเรื่องราวทางเพศสัมพันธ์หรือการร่วมสังวาส เพราะในอดีตที่ผ่านมาเราคงเคยอ่านวรรณคดีหลายๆ เรื่องที่มีบทอัศจรรย์ แต่คงไม่โจ๋งครึ่มเหมือนคอลัมน์ประสบกาม ลองหยิบงานกาพย์พระไชยสุริยา ของท่านสุนทรภู่ ประพันธ์ดังข้อความ

“สององค์ทรงสังวาส
โลกธาตุหวาดหวั่นไหว
ตื่นนอนอ่อนอกใจ
เดินไม่ได้ให้อาดูร”

อ่านแล้วคงรู้สึกตรงกันว่าช่างห่างไกลกันลิบลับกับบทสมสู่ในวงคอลัมน์ประสบกามอย่างสิ้นเชิง และหากเรื่องราวในทำนองชวนเสียวไปอยู่ในมือของเยาวชน ซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่อยากรู้อยากลองเพราะข้อเขียนเหล่านั้นยั่วยุและปลุกกำหนดในทางเพศรสอาจกลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นมา ดังนี้นักจิตวิทยานายแพทย์วัลลภ ปิยมโนธรรม ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2534 ดังตอนหนึ่งว่า “พบผู้ชายเป็นตุ๊ด 5 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากสังคมเสื่อมความเบี่ยงเบนยิ่งมาก หนังสือเกย์มีส่วนทำให้เด็กเลียนแบบ เมืองไทยมีบาร์เกย์เป็นอันดับสามรองจากสหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์”

เคยมีผู้กล่าวว่าหากอยากรู้ว่าคนใดมีรสนิยมเป็นอย่างไร ก็ให้ดูจากหนังสือที่เขาอ่าน แล้วลองมองย้อนนิตยสารที่มีเรื่องราวประสบการณ์ทางเพศอยู่แทบทุกฉบับ นับเป็นสิ่งที่ประจานวงการของพวกเกย์เองว่ามัวแต่หมกมุ่นเฉพาะแต่เรื่องเพศอยู่เต็มหัวสมอง ไม่ได้พัฒนาด้านความคิดความอ่านไปถึงไหนเลย เพียงย่ำอยู่กับที่ มีความสุขอยู่กับการแทะเล็ม “กองขยะ” แล้วอย่างนี้ภาพพจน์ของเกย์มีแต่จะก้าวถอยไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของระบบสังคมรอบข้าง

จึงใคร่วิงวอนบรรณาธิการผู้ชาญฉลาดให้ลดปริมาณประสบการณ์ที่ยั่วยุมอมเมาในเรื่องเพศ หรือถอดคอลัมน์นี้ออก แม้ว่าจะเป็นจุดขายที่ทำรายได้ให้อย่างงดงาม แต่ท่านก็รู้อยู่เต็มอกว่ากำลังหยิบยื่นยาพิษเคลือบน้ำตาลให้กับผู้อ่าน ส่วนนักเขียนเรื่องการสมสู่ทางเพศนั้น วสันต์ สิทธิเขตต์ ให้ทรรศนะการมองว่าจัดเป็นคนบาปและสมควรได้รับการลงโทษทัณฑ์ให้ตกนรกดังที่ว่า “บาปเป็นนักเขียนเรื่องเริงรมย์ ล่อลวงประชาชน ทนอยู่ในห้วงกิเลสหลง ติดยึดเรื่องจุกจิกไร้สาระว่าเป็นแก่นสาร เขาย่อมถูกสิ่วตอกกะโหลกให้เปิดออกวางถ่านไฟอันไหม้แดง มันสมองเดือดเละพลุ่งทุรนทุราย”

มาถึงตรงนี้ก็คงต้องถามท่านผู้อ่านแล้วล่ะว่ายังยินดีรับยาพิษเม็ดนี้เอาไว้บั่นทอนหัวสมองอีกหรือ


ไฟล์ภาพได้รับอนุญาตให้ใช้จาก Thai Rainbow Archive, copyright Peter A. Jackson, Australian National University และ British Library Endangered Archives Programme.

Volume 5 (มกราคม 1992?)

Letters (หน้า 125-129)

ไม่ควรโจมตีคนอื่น

สวัสดีครับ คุณชุลีมน

จากเล่ม 1 ถึงเล่ม 4 ผมคิดว่า กายแมกกาซีน ได้พิสูจน์ตัวเองอย่างแน่ชัดแล้วว่า เป็นนิตยสารเกย์ เพื่อเกย์จริง ๆ

ในความเป็นเกย์ของผม สิ่งที่ผมต้องการจากหนังสือนั่นก็คือ วิถีทางในการดำรงชีวิตเกย์ของผมให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควร ไม่ขัดกับบรรทัดฐานของสังคม ซึ่งกายแมกกาซีนก็สามารถหยิบยื่นให้ผมได้

ผมเห็นด้วยกับการที่หนังสือของคุณปราศจากคอลัมน์ที่กระตุ้นเร้าความกระสันต์ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่คุณธงรบ จินันทุยา เขียนบทความ “ประสบกาม” ยาพิษเคลือบน้ำตาลอีกเม็ดหนึ่ง จริงอยู่ที่ข้อความเหล่านั้นเมื่อเราได้อ่าน มันจะกระตุ้นอารมณ์ดิบให้เกิดขึ้นหมกมุ่นกับเรื่องเพศ ไม่มีสาระใด ๆ แต่ในความไม่มีสาระนั้นเอง เป็นตัวชักนำไปสู่สาระเพราะในหนังสือ 1 เล่ม ไม่ได้มีคอลัมน์ประเภทนี้เพียงอย่างเดียว ยังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลิกภาพ การดำเนินชีวิต และข่าวคราวที่น่าสนใจอีกมากมาย คุณอย่าไป “โจมตี” หนังสืออื่น ๆ ด้วยเหตุผลเพียงว่ามีคอลัมน์ประเภทนั้นอยู่เลย ควรมองในรายละเอียดของเขาด้วยว่ามีอะไรแค่ไหน ก็เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นเท่านั้นนะครับคุณธงรบ หวังว่าคงไม่ถือสา

หนังสือในอุดมคติของคุณชุลีมน นั้นก็เป็นหนังสือในอุดมคติของผมเช่นกัน ผมยินดีมากที่มีคนทำหนังสือเช่นคุณอยู่ คิดว่าถ้าคุณตัดภาพนู้ดออก ผมก็ยังคงติดตามหนังสือของคุณต่อไป ผมอยากจะฝากไว้นิดหนึ่งว่า เมื่อคุณตัด “จุดขาย” ออก นั่นก็คือคุณ “ไม่ขาย” เมื่อคุณไม่ขายแล้วจะมีการ “ซื้อ” เกิดขึ้นได้อย่างไร

อยากจะเห็นหนังสือดี ๆ อย่างนี้คงอยู่ตลอดไป

ผู้อ่านคนหนึ่ง

  • ก็ไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีใครหรอกครับ ที่คุณธงรบเขียนมาก็เป็นความเห็นส่วนตัวของเขา และเมื่อเขาเห็นว่าหนังสือของผมสอดคล้องกับบทความนั้นเขาก็ส่งมาให้ส่วนตัว ผมเองหนังสือเกย์จะลงเรื่องลามกจกเปรตอย่างไรมันก็เรื่องของเขา ผมไม่อยู่ในฐานะที่จะห้ามใครได้ แต่พอสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า ใครที่ทำหนังสือลามกมาก ๆ นั่นก็ส่อให้เห็นถึงหัวใจของเขาว่าเป็นคนมีความคิดอ่านยังไง

อยากปรบมือให้

ถึงคุณชุลีมน

ผมเห็นด้วยกับจุดประสงค์ที่คุณอยากจะทำหนังสือเกย์ในทางสร้างสรรค์ ไม่มุ่งแต่เรื่องเพศอย่างเดียว เพราะถ้าคุณทำอย่างหนังสือเกย์ที่วางขายเกลื่อนแผงคุณทำได้อยู่แล้ว แต่นี่คุณอยากให้หนังสือเล่มนี้แหวกแนวออกไป ผมอยากปรบมือให้คุณจังเลย ไม่งั้นร้านหนังสือใหญ่ ๆ เขาคงไม่กล้าเอาหนังสือคุณขึ้นแผงหรอก หนังสือคุณติดแผงแม้กระทั่งในห้างใหญ่ ๆ เยี่ยมมาก ก็เพราะเขาเห็นว่าหนังสือคุณมันมีผลกระทบต่อแผงหนังสือเขาน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือเกย์เล่มอื่น ๆ ถ้าคุณภาพเขาดีป่านนี้ติดแผงไปนานแล้วหละ ก็เพราะว่าเขาทำเป็นธุรกิจกันจริง ๆ จนเกินไป โดยไม่มองถึงจารีตของคนไทย ที่ยังคงเอกลักษณ์ว่ามันไม่ควรจะโจ่งแจ้งจนเกินเหตุ

หนังสือของคุณมาช้า แต่คุณภาพ คุณภาพในที่นี้ไม่ได้หมายถึง ขายดีทั้งหนังสือนายแบบ แต่คุณภาพของคุณนั่นคือ การยกระดับจิตใจของคนให้สูงขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย

พูดตรง ๆ ก็คือ หนังสือของคุณเหมาะกับปัญญาชน และพวกใช้เหตุผลมากกว่า ผมพูดได้เลยว่าหนังสือของคุณสามารถแบ่งกลุ่มผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก หนังสือเล่มนี้ดูจะเหมาะกับนักธุรกิจ และผู้มีรสนิยมดี และผู้มีจิตใจสูง แค่ที่ผมยกตัวอย่างกลุ่มผู้บริโภคของคุณ รายได้ของคุณก็โอเคอยู่แล้ว เพราะพวกนี้รายได้ดี และมีจำนวนมากทีเดียว คุณไม่ต้องมานั่งวิตกหรอกว่าจะขายได้น้อย ถ้าคุณตั้งใจให้ทำอะไรที่ดีสักอย่าง คุณทำไปเถอะอย่างน้อยมันก็เป็นความตั้งใจจริงของคุณ ผมเชื่อมั่นว่าใคร ๆ ก็คงอยากผันเปลี่ยนวิถีชีวิตบ้าง ไม่อยากซ้ำซากอยู่ที่เดิม เช่นกันผมก็อยากให้หนังสือเล่มนี้ออกมาในรูปลักษณ์แปลกเช่นกัน

สำหรับคอลัมน์ที่ผมอยากจะเสนอแนะนะครับ

ภาพนู้ด ไม่จำเป็นต้องตัดออก เพราะถ้าตัดออกมันจะไม่ใช่หนังสือเกย์อย่างสมบูรณ์แบบ มันจะเป็นไปในรูปแบบงานเขียนเยอะไป เป็นสารคดีไปโน่น เดี๋ยวจะผิดจากจุดประสงค์ไปเสียเปล่า ๆ

คนเราซื้อมาก็เพื่อต้องการสาระบ้าง ไม่เป็นสาระบ้าง ที่ไม่เป็นสาระก็คือนู้ดนั่นแหละ แต่ผมอยากให้นายแบบไม่ใส่เสื้อ ให้เห็นสรีระ แต่จะใส่กางเกงขาสั้นแทน ไม่ใส่กางเกงในที่มันบ่งบอกชัดเจน ดูไม่เหมาะ และผมก็ไม่ต้องการให้นายแบบทั้งสองคนถ่ายแบบพร้อม ๆ กันในลักษณะอย่างว่าด้วย แต่อยากจะรบกวนให้คุณถ่ายแบบสองนายแบบในลักษณะเพื่อนกันเสียมากกว่า วันหยุดไปตกปลา ออกแคมป์ เล่นกีฬาด้วยกัน ดูแล้วมีรสชาติมากกว่าคนเดียวก็เป็นได้นะครับ

ไม่มีบาร์เกย์ดีแล้วครับ ในหนังสือเล่มนี้ แต่ควรจะแนะนำสถานที่ออกกำลังกายให้เยอะ ๆ ผมชอบ

สำหรับบทสัมภาษณ์เฉพาะผู้ชายที่เป็นเกย์เท่านั้น มันเข้าใจกันได้ดีเพราะเป็นพวกเรา ๆ สำหรับผู้ชายก็ไม่มีประโยชน์ แต่อย่าให้เห็นสัมภาษณ์พวกที่กระตุ้งกระติ้งเลยน่ะ ผมว่ามันไม่เหมาะกับหนังสือ ควรจะสัมภาษณ์บุคคลที่เป็นที่รู้จักในสังคมบ้างทุก ๆ วิชาชีพ การบินไทย (พวกสจ๊วต) นักการตลาดที่มีชื่อเสียง นักบัญชี กฎหมาย ทูต โรงแรม และเจ้าของกิจการเอง อยากให้เป็นคำถามที่ถามเขาในลักษณะที่ว่า หน้าที่การงานกับเกย์ที่เขาเป็นมันส่งเสริมกันหรือว่าขัดแย้งกัน แต่อย่ามุ่งถามเรื่องส่วนตัวมากไป ควรจะถามว่ากว่าเขาจะประสบความสำเร็จได้ เขาเจอะอะไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางแก่เกย์ทั้งหลายจะได้ก้าวย่างตาม

โอเค ผมเอาใจช่วยคุณตลอดไปนะครับ

นักวิเคราะห์ตลาดรุ่นเยาว์

  • ผมเองก็อยากฟังเสียงปรบมือจัง ตอนนี้ได้สรุปกับตัวเองแล้วว่าจะมีนู้ดต่อไป แต่เนื้อหาก็จะพยายามให้ห่างออกไปจากเรื่องลามกให้มากที่สุด ผมไม่รู้จะว่าอย่างไรล่ะครับ หากบางคนเขาไม่ซื้อเพราะไม่มีเรื่องลามกให้อ่าน
    ส่วนข้อแนะนำของคุณขอน้อมรับไว้ปฏิบัติครับ

เลิกอุดมคติเสียเถอะ

เรียน บก.กาย

ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมซื้อหนังสือคุณเล่ม 1 กับเล่ม 4 เท่านั้น เพราะเล่ม 1 นั้นเห็นว่าเป็นน้องใหม่ เลยอยากชมโฉมใหม่ แต่พอซื้อแล้วไม่ประทับใจเท่าไหร่ ดีตรงที่ฉีกนายแบบออกไปเป็นต่างประเทศ เล่ม 4 ซื้อเพราะนายแบบถูกใจ

ผมว่าคุณเลิกอุดมคติดีกว่านะ เพราะมันทำให้คุณขาดทุนเสียเปล่า หันมาทำตามใจตลาดดีกว่า เพราะลำพังนายแบบนอกก็กินขาดแล้ว เรื่องประสบกามไม่ลงก็ไม่เป็นไร เรื่องสั้นลงให้มากหน่อย เป็นแบบเพ้อฝันก็ได้ ไม่ใช่นิยายน้ำเน่า ลองหาหนังสือจากเพื่อนบ้านเรามาดูบ้างซิ เช่น มาเลย์ สิงคโปร์ อินโดฯ ฮ่องกง แล้วพิมพ์ภาษาอังกฤษบ้าง

สุุข/ราชบุรี

  • คุณบอกให้ผมเลิกอุดมคติ สู้บอกให้ผมเลิกกินข้าวเสียยังจะดีกว่า คนเราถ้าไม่เห็นแก่เงิน ไม่เห็นแก่ตัวมากเกินไป ย่อมมีอุดมคติกันทุกคนแหละครับ ผมเคยบอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า หากผมรวยขึ้นโดยที่ผมรู้ว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ผมขออยู่อย่างจน ๆ เสียยังจะดีกว่า คุณเชื่อผมสักข้อเถอะ ไอ้คนคิดถึงแต่เรื่องเงินอย่างเดียวนั้นมันไม่ได้มีความสุขมากไปกว่าผมหรอก

ไฟล์ภาพได้รับอนุญาตให้ใช้จาก Thai Rainbow Archive, copyright Peter A. Jackson, Australian National University และ British Library Endangered Archives Programme.

Volume 6 (กุมภาพันธ์ 1992?)

Letters (หน้า 125 และ 129)

ตักน้ำใส่กะโหลก

คำแนะนำถึง GUY

หนังสือแนวนี้หัวใจอยู่ที่ภาพนู้ดและประสบกาม และสาระความรู้เป็นสิ่งที่ตามมา ถ้าขาดสิ่งสำคัญที่สุดคือภาพนู้ดแล้วหนังสือจะไม่น่าสนใจทันที เพราะว่าสาระความรู้เหล่านั้น สามารถหาอ่านและศึกษาได้จากหนังสืออื่น ๆ ทั้งในแนวนี้และทั่วไป และประสบกามเป็นสิ่งที่รองลงมา ถึงแม้ว่าคุณนักเขียน “ธงรบ จินันทุยา” จะว่าเป็นยาพิษเคลือบน้ำตาล ที่เขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ แต่นั่นเป็นแค่ความคิดของเขาเอง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเฉพาะตัวของเขาเอง ซึ่งไม่ใช่ส่วนมาก และเขาคนนี้ยังดูถูกคนอ่านประสบกามว่า (“มัวแต่หมกมุ่นแต่เรื่องเพศอยู่เต็มหัวสมอง ไม่ได้พัฒนาความคิดอ่านย่ำอยู่กับที่ มีความสุขอยู่กับการแทะเล็ม “กองขยะ”) ซึ่งเขาเขียนดูถูกคนอ่านมาก ก็อยากจะรู้นักว่าสมองเขาพัฒนาไปถึงไหน หรือว่าเขาสำเร็จแล้วทั้งทางโลกทางธรรม เป็นอรหันต์ ขัณฑี ภิกษุณี จึงไม่มองเงาของตัวเองว่าเป็นเช่นไร ถ้าเขาตัดได้ขาดจากเรื่องเซ็กส์ก็จะไม่ว่ากัน แต่ถ้ายังก็จงสำนึกไว้ด้วยว่าที่เขาพูออกไปนั้นมันเปรียบเหมือนกับ (เขาถ่ายอุจจาระและก็ก้มลงกินอุจจาระของตัวเองเหมือนกัน) ถึงแม้ว่าถ้าเขาไม่เขียนเอง ลอกเลียนคำพูดคนอื่นมา แต่มันก็ไม่สมควรที่จะเอามาพูดมาเขียน เพราะเรื่องการอ่านประสบกามนั้น มันเป็นรสนิยมของเกย์ ของคนทั่วไปส่วนมาก และมันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่พอใจจะอ่าน และคนเราสมองจะพัฒนาหรือไม่มันไม่ได้เกี่ยวกับการที่จะมาหมกมุ่นแต่เรื่องนี้อย่างเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มันต้องมีส่วนประกอบหลายอย่างทั้งนั้น และถ้านักเขียนคนนี้คิดจะเขียนแนวนี้เพื่อต่อต้านก็จงหยุดซะ และขอแนะว่าจงไปบวชเสียดีกว่านะ อย่ามายุ่งกับทางโลก ซึ่งเขามีเรื่องเหล่านี้ปะปนอยู่ด้วยเลย เปลืองสมองของเขาที่คิดว่าเขาได้พัฒนาไปแล้วเหนือคนทั้งปวง แต่โทษทีเถอะ ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาหัวตัวเองเสียบ้าง

ดังนั้นผมก็ขอบอกหนังสือ กาย ตรง ๆ เลยว่า ถ้าไม่มีนู้ดหรือสิ่งเหล่านี้อยู่บ้างถึงแม้จะมีสาระที่เลิศเลอแต่เพียงอย่างเดียว ผมไม่ซื้ออ่านหรอกครับ มันจะต้องประกอบกันหลาย ๆ อย่างถึงน่าสนใจ ผมก็ได้แนะนำได้เพียงเท่านี้แหละครับ แล้วแต่ว่าทางคุณจะพิจารณาเลือกแบบไหน ซึ่งจะให้ทั้งสาระความรู้ ความบันเทิง และเซ็กส์ รวมทั้งยอดขายในตลาดของคุณด้วย

ด้วยความรักและจริงใจต่อหนังสือใหม่เช่นคุณ

วีรพงศ์

  • ผมก็ขอบอกคุณอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกันว่า กรุณาไปซื้อหนังสือมรกตอ่านเถอะครับ อย่ามาสนใจกับหนังสือผมเลย

อยากให้โชว์มาก ๆ

เรียน บก. 

เรื่องที่ผมอยากเห็นในหนังสือเล่มนี้ก็คือ อยากเห็นนายแบบทุกฉบับโชว์ ให้เห็นส่วนสัด ลำท่อนขนดกดำตามบริเวณโคนขาหนีบ และอยากให้เปิดเผยให้เห็นชัด ๆ ผมชอบนายแบบฉบับ 4 ขนก็ดกดำ มองดูแล้วไม่เบื่อ ยิ่งมองยิ่งชอบ ผมอยากให้หนังสือทุกเล่มทุกฉบับเปิดเผยทุกส่วนในร่ายกาย ผมรับรองว่าหนังสือ GUY คงขายดีเป็นแน่ ผมก็จะซื้อทุกฉบับถ้าวางแผงตามตลาด เรื่องราคาเท่าไรเท่ากัน

ฉลวย

  • อย่าลืมว่าคุณอยู่เมืองไทยนะครับ ไม่มีใครทำอย่างที่คุณขอได้หรอกครับ
ชวนคิด

“ทุกวันนี้สิ่งแวดล้อมตัวเราทุกประการ อาทิ การอ่าน การคิด ตลอดจนพฤติกรรมอื่น ๆ ทางสังคมเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หล่อเลี้ยง รับใช้ และเร่งเร้าอารมณ์ทางเพศ การทำลายห่วงบ่วงรัดเหล่านี้มิใช่เป็นของง่าย แต่เป็นเรื่องที่ควรกระทำอย่างยิ่ง”
มหาตมา คานธี

จากหนังสือ แด่นักศึกษา
กรุณา-เรืองอุไร กุศลาศัย รวบรวมและถ่ายทอด

ไฟล์ภาพได้รับอนุญาตให้ใช้จาก Thai Rainbow Archive, copyright Peter A. Jackson, Australian National University และ British Library Endangered Archives Programme.

Volume 8 (เมษายน 1992)

Letters (หน้า 125-128)

จดหมายถึงผู้อ่านจาก พชร ณ นคร

บอกอ.ที่รัก

ผมไม่เคยมีจดหมายลงหน้าผู้อ่านเลย เพราะอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเขียนมาคุยกับ บอ.กอ. แต่เมื่อได้อ่านจดหมายของคุณ นฤชา ปานฯ ใน GUY ฉบับ 6 แล้วเกิดอาการทนไม่ได้ขึ้นมา คือ อยากจะระบายให้ทุกคนรับรู้ถึงความรู้สึกของตัวผมเอง แรกเริ่มที่คิดจะมาทำ GUY นั้นอยากจะสนุก ๆ เท่านั้น แต่ผลที่ตามมาคือ จะต้องฉีกจากรูปแบบที่มีอยู่บนแผง ก็เลยเอานายแบบต่างชาติ

GUY ฉบับที่ 1 ผมเจอนายแบบที่ดุสิตธานี เขาไปเล่นยิม ผมเข้าไปทาบทามและประสบผลสำเร็จก็เลยถ่าย ทุกคนเป็นมือใหม่กันหมดแต่ก็ราบรื่นดี จดหมายเข้ามามาก และถูกกัดว่าไปเอารูปจากเมืองนอกมาลงหนังสือ

GUY ฉบับที่ 2 ผมเองก็พยายามหานายแบบจากเมืองนอกอีกคราวนี้เป็นเวียตนาม มิวายโดนด่าหาว่าเป็นคนไทย แต่ก็ห้ามปากคนไม่ได้ เรื่องก้นเหมือนกรรมกรนั้น [จดหมายถึงบรรณาธิการเล่มก่อนหน้า มีการติสีผิวคล้ำตรงง่ามก้นของนายแบบว่าดำและสกปรกเหมือนก้นกรรมกร] อยากจะบอกว่าไม่มีใครหรอกที่ดีพร้อมทุกอย่าง ผมเองก็พยายามเต็มที่ ที่จะให้งานออกมาสมบูรณ์

GUY 3 ถูกว่านายแบบแต๋ว ผมอยากจะบอกว่านายแบบคนนี้เพิ่งแต่งงานกับสาวไทยและเขาเป็นผู้ชายจริง ๆ มีใครบ้างอยากจะถ่ายเกย์ให้เกย์ด้วยกันดู ผมเองก็ยอมรับว่าตัวเองเป็นเกย์ คงไม่หน้ามืดถึงขนาดเอาเกย์สาว ๆ มาถ่ายแบบหรอก

การคัดเลือกรูปก็มีส่วนเพราะข้อจำกัดในการพิมพ์บ้านเรามีเยอะ อันนี้ บอ.กอ. คงรู้อยู่แก่ใจดี จนคิดว่าจะเลิกทำมิใช่หรือ ผมคิดว่าบอ.กอ.ทิ้งคนอ่านไปไม่ได้ เลยฮึดสู้ต่อ ผมเองก็สู้ตายอีกทั้งที่ฝ่อกับกฎหมายบ้านเมือง งานการผมก็มั่นคง เงินเดือนก็มาก แต่ก็มีกำลังใจจากคนอ่านก็เลยสู้ต่อ

GUY 4 ข้อจำกัดในการเลือกรูปยังมีอีกตามเคย เพราะเรากลัวว่าเป็นสิ่งพิมพ์อนาจาร แต่ภาพชุดพิเศษเฉพาะทำลายสถิติทุกเล่มที่ผ่านมา ทั้งที่เราไม่มีใบสั่งซื้อด้วยเหตุผลบางประการ โดยส่วนตัวแล้วผมก็ชอบนายแบบคนนี้ทางด้านนิสัยเหมือนกัน แต่ขอยืนยันว่าทีมงานถ่ายภาพทุกคน ทั้งช่างภาพ ช่างแต่งหน้า รวมทั้งตัวผม ไม่เคยมีอะไรกับนายแบบ เรียนรู้ว่าการทำงานกับคนต่างชาติว่าต้องตรงต่อเวลา เคารพในการทำงาน

GUY 5 อยากจะหลีกหนีความจำเจ เลยใช้นายแบบหุ่นนายแบบ มิวายที่จะโดนด่า ท้อเหมือนกันนะครับ แต่จะทำอย่างไรได้ สำหรับตัวผมเองแล้วต้องการหาความหลากหลายให้กับผู้อ่าน มิอยากจะย่ำอยู่กับที่ การพัฒนาต้องมีต่อไป อยากให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นใจผมด้วย

GUY 6 ผมบอกว่านายแบบคนนี้ผมเทดาวให้หมดฟ้า เริ่มมีภาพขาว-ดำ เข้ามาแทรก เพราะต้องการนำเสนอในรูปแบบของต่างประเทศที่กำลังนิยมอยู่ สิ่งที่เป็นนิมิตหมายอันดีคือ บอ.กอ. เริ่มจะกล้าเสนอ สรีระนายแบบมากขึ้น อันนี้ผมคิดว่าคนอ่านคงพอใจอีกระดับหนึ่ง

GUY 7 ประสบการณ์สอนผม ว่าผู้อ่าน GUY แพ้กล้ามนายแบบเช่นกัน คนนี้เลยเอากล้ามแบบฉบับ 4 มานำเสนอ และก็ไม่ผิดหวังใช่ไหมครับ

ผมอยากจะเรียนกับผู้อ่านว่า ผมมิได้มีเจตนาจะขอร่ำรวยกับอาชีพนี้หรอกครับ แต่ใจมันรักที่อยากจะทำเหมือนกับ The show must go on ผมมิอาจทิ้งพวกคุณไปได้ ตราบใดที่เรายังมีความรัก ผูกพันซึ่งกันและกัน นายแบบคนไทยให้เล่มอื่นเขาทำเถอะครับ ผมถือว่าท้าทายความสามารถตัวเองมากกว่าที่หานายแบบต่างชาติได้ เพราะอยากจะฉีกแนวออกมาจากฉบับอื่น ผมขอสัญญาว่าจะพยายามเรียนรู้การทำงานจุดนี้ให้มากที่สุด เพราะไม่มีใครหรอกครับที่ไม่เคยทำความผิดพลาด ยกเว้นแต่เขาผู้นั้นมิได้ทำอะไรเลย

ขอให้ บอ.กอ. และคุณผู้อ่านเข้าใจความรู้สึกของผมบ้างนะครับ ผมสบายใจแล้วล่ะครับ อย่างน้อยก็นอนหลับสบาย

รักผู้อ่านทุกคนครับ

พชร ณ นคร

  • จดหมายฉบับนี้ผมลงตีพิมพ์เพราะเห็นว่าคุณพชร หนึ่งในทีมงานฝ่ายบริหารของเรา คงอยากจะคุยกับคุณผู้อ่านบ้าง ส่วนตัวผมเองก็เข้าใจเป็นที่สุด กว่าจะจีบนายแบบให้มาขึ้นปกได้ แต่ละรายนั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้ง่าย ๆ เลย
    ใครอยากให้กำลังใจกรุณาเขียนจดหมายมาถึงเขาได้โดยตรงที่
    GUY MAGAZINE

อุดมการณ์แดกไม่ได้แล้วหรือ

เรียน บรรณาธิการ

ด้วยเจตนารมย์อันมั่นคงที่จะหวังให้ GUY MAGAZINE เป็นหนังสือสำหรับเกย์ที่แท้จริง ผมขอยืนยันถึงการไม่อยากเห็นคอลัมน์ GOSSIP มีอยู่ในหนังสือ GUY เช่นเดิม ด้วยเหตุผลที่เคยกล่าวมา ถึงแม้ว่า เพศอื่นจะมีนิสัยเสื่อมโทรมในด้านการนินทาอย่างไร สมควรแล้วละหรือที่เกย์จะบ่มเพาะนิสัยเน่า ๆ นี้ให้มีอยู่ในเผ่าพันธุ์ของตน

อ่านคอลัมน์ของว่างวันอาทิตย์ของคัทลียา (ลง ณ. 9 กพ. 35) ก็ให้รู้สึกสงสารและสมเพช ถ้าคุณเป็นเกย์ (ใครสักคนหนึ่ง) ทำไมจะต้องทำตัวให้ผิดมนุษย์มนาเขา คนที่เป็นเกย์ ถามจริงใจนะ อยากให้มนุษย์ผู้อื่นยอมรับตัวเองตรงไหน ยอมรับที่เนื้อแท้ของความเป็นเกย์ เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดขึ้น มีอยู่ เปลี่ยนแปลง และดับไป หรือว่าต้องการเพียงการยอมรับอย่างฉาบฉวยว่า มนุษย์จำพวกนี้มันระห่ำ พอหมดเด่นหมดดัง แล้วก็เป็นสัตว์ประหลาดผิดโลกเหมือนเดิม ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านบทความชิ้นนี้ก็หาอ่านเถิด แต่อย่างน้อยคุณก็อยู่สังคมวงใน คงจะได้รับรู้มาบ้าง แต่หากคิดว่าการแสดงออกอย่างนั้นเป็นสิ่งดีละก็ อย่าหวังถึงเกย์ยุคใหม่ ยุคที่สังคมยอมรับ ยุคแห่งความเท่าเทียมเลย เว้นเสียแต่ว่า มนุษย์ในโลกนี้มันจะกลายเป็นพวกพันธุ์นั้นไปเสียหมด ที่จริงการที่พวกเกย์สังคมสูงทั้งหลายจะแสดงออกอะไรนั้น ก็ไม่ได้มารบกวนเบื้องบน เบื้องกลาง และเบื้องล่างอะไรนักหรอก แต่อย่างว่าปลาเน่าทั้งตัวย่อมเหม็นไปทั้งข้อง แล้วนี่มันก็เน่ากันหลายตัวเสียด้วย เห็นทีจะชำระกันสะอาดไม่ได้เสียแล้ว

สมัยก่อนใครที่ถูกสังคมมองว่าผิดเพศจะอายและคุมตัวได้ดี มาสมัยนี้อิสระมากขึ้น อะไรที่กดดันอยู่มันเลยระเบิดออกให้เหลวแหลก หรือจะบอกว่าอย่างนี้ซิกล้า และเป็นเสรี เท่าเทียมทุกย่างก้าว อนาจแท้

ครับก็บ่น ๆ มาให้ฟัง ตามประสาคนที่อยากเห็นอะไร ๆ มันพัฒนาไปในทางที่ดี อ้อ มีเรื่องคุยอีกเรื่อง

ก็เรื่องที่คุณต้องการที่จะให้ GUY เป็นหนังสือของเกย์ยุคใหม่ไม่ใฝ่แต่เซ็กซ์ แต่ไหงกลับประพฤติพฤติกรรมแบบปากว่าตาขยิบเสียก็ไม่รู้ หรือคุณถือว่า “อุดมการณ์แดกไม่ได้” เสียแล้ว ลองกลับไปอ่าน GUY VOL.6 หน้า 106 ดูซิว่า คอลัมน์หลังกล้องฯ กำลังบอกใบ้อะไร ไหน ๆ คุณก็ไม่ใส่ใจกับประสบการณ์ประสบกามอะไรนั่นแล้ว ไอ้ภาพพิเศษวิลิสมาหลาอะไรก็คงไม่ต้องโฆษณามาก ไม่ต้องห่วงใยมากนักหรอกครับ ถ้าอยากจะทำหนังสือนู้ด ก็ทำไปเลย ขายได้ครับ แต่ถ้าอยากจะทำแบบคุณภาพ ก็ไม่ต้องใส่ใจเรื่องนู้ดนัก เอาพอดูได้ไม่ทุเรศ หรือจะไม่มีเสียเลยก็ดี ใครอยากดูรูปผู้ชายแก้ผ้าบิดไปบิดมาก็ให้หาซื้อเล่มอื่นเถิดครับถมเถไป

ไหน ๆ ใคร ๆ ก็ว่าเราครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่แล้ว อย่าทำอะไรที่มันครึ่ง ๆ กลาง ๆ อีกเลยครับ ที่บ่น ๆ มาก็อย่าถือสานะครับ ถ้ารำคาญเต็มที่ก็เอ่ยปากบอกศาลากันเลยครับ แล้วจะไม่พูด ไม่เอ่ยปากสักคำ ผมหวังว่าสักวันอันใกล้นี้ GUY จะเจริญเติบโตไปเป็นเกย์ที่แท้จริง ให้โลกรู้ว่า เกย์ ก็คือเกย์ ไม่ใช่ ตุ๊ด ติ๋ม แต๋ว ให้รู้ว่าเกย์ก็ไม่ใช่พวกผิดประหลาด ให้รู้ว่าเราก็คือเรา ไม่ต้องอาศัยทฤษฎีใดมาอธิบาย สักวัน วันนั้น GUY MAGAZINE คงจะได้ใช้ชื่อว่า GAY MAGAZINE อย่างภาคภูมิใจ และเมื่อจะระบุเพศในเอกสารใด ๆ ก็จะได้เติมลงอย่างมาดมั่นว่า เพศ…เกย์…..สวัสดี

ด้วยความเคารพ
042

  • สักวันหนึ่งผมจะทำหนังสืออย่างที่คุณต้องการให้สำเร็จ และขอขอบคุณสำหรับคำเตือนอันร้อนแรง ทนได้ครับ

ไฟล์ภาพได้รับอนุญาตให้ใช้จาก Thai Rainbow Archive, copyright Peter A. Jackson, Australian National University และ British Library Endangered Archives Programme.


ไฟล์ภาพได้รับอนุญาตให้ใช้จาก Thai Rainbow Archive, copyright Peter A. Jackson, Australian National University และ British Library Endangered Archives Programme.

Volume 9 (พฤษภาคม 1992)

Letters (หน้า 127)

จดหมายจากอรัญ รจเรจน์

บ้านสวนสกุณา

บก. GUY ที่รัก

ด้วยความขอบใจและขอบคุณเป็นอย่างมากเลยครับ ที่บอกให้ทราบว่ามีคุณผู้อ่านเขียนชม “ความใคร่ที่ไร้ค่า” ให้กำลังมาหลายต่อหลายท่าน ด้วยความสนใจและติดตามผลงานของ “อรัญ รจเรจน์” สิ่งนี้แหละเป็นรางวัลน้ำใจที่ผู้เขียน (ใครก็ตาม) ได้รับแล้วรู้สึกภาคภูมิด้วยความสุข อิ่มอกอิ่มใจไปนานทีเดียว ครั้งหนึ่งผมเคยอ่านพบที่คุณผู้อ่านเขียนถึงเพียง 2-3 วรรค ผมอ่านอยู่นั่นแล้วท่องจนขึ้นใจ นึกไม่ถึงว่าผลงานขนาดน้อยค่านี้ยังมีคุณผู้อ่านชื่นชม แสดงว่าผู้อ่านยังซึ้งและเข้าถึงความหมาย อ่านด้วยความละเอียดลออ

ผมเป็นนักเขียนที่เขียนได้ในวงแคบ เก็บเกี่ยวกับเรื่องราวอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่สามารถที่จะสร้างตัวละครจากจินตนาการขึ้นมา…ให้มีชีวิตโลดแล่นได้ นี่เป็นจุดบอดที่ผมเป็นอยู่ ฉะนั้นเรื่องที่ผมเคยเขียนมาจึงเป็นเรื่องที่แผ้วพานเข้ามาในชีวิต ผมเขียนออกมาจนจะหมดแล้วล่ะ ยากที่จะกลั่นและกรองออกมาได้อย่างรวดเร็วครับ ผมกำลังพยายามคลำและสร้างจินตนาการ แต่รู้สึกว่าเป็นสิ่งเหลือฝืนสำหรับผมเหลือเกิน นี่ไม่ใช่ผมท้อถอยหรือถ่อมตัวนะ เป็นความรู้สึกจริงๆ ที่อยากอธิบาย ผมรู้ว่าผลงานเคยได้ลงพิมพ์แล้วเคยมีผู้ชื่นชม ผมก็จะต้องเขียนให้ดียิ่งขึ้น จะให้ด้อยลงคงไม่ได้ ผมไม่สุกเอาเผากินอย่างเด็ดขาด

แต่สิ่งที่ผมขอเสริมชมใน GUY ก็คือชอบ “บันทึกตกหล่นของคนเดินทาง” “SEX ESSAY” ซึ่งเขียนโดย หมอกลาง เขียนแนวแปลกๆ ดีน่าอ่าน บก.น่าจะให้หมอเขียนเรื่องแนวอีโรติก คงไปได้สวย COLLECTIONS ก็เหมาะดี มีหลากหลายให้ได้รับรู้ TRAVEL ชอบถ้าไม่ยาวมากเกินไป เกรงจะไปปะทะกับหนังสือท่องเที่ยวหลายฉบับบนแผง สุดท้ายที่ต้องชมคือ การจัดรูปเล่มได้เหมาะน่าอ่าน

แหมว่าจะไม่วิจารณ์แล้วเทียวนะ แต่เมื่อเขียนมาทั้งทีก็บอกซะเลย เมื่อ GUY มีแนวอุดมคติเป็นอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ควรส่อเสียดนิตยสารฉบับอื่นที่เขามีประสบการณ์ทางเพศ รักที่จะแหวกแนวก็แหวกให้สวยสง่าทั้งท่วงทีกริยาและระมัดระวัง “วาจา” ในความคิดของผมส่วนตัว การอ่านคือการพักสมองให้สนุกรื่นรมย์ รู้ทั้งรู้ว่าเขียนดีไม่ดีอย่างไร แต่ก็อยากอ่านให้เพลินๆ ไม่ได้จับเอามาเป็นข้อรังเกียจเดียดฉันท์กระไร หวังว่า GUY คงจะผู้ใหญ่ซะที เป็นผู้ใหญ่ด้วยมาดเกย์แสนสง่าไงล่ะครับ

คิดถึงด้วยความจริงใจ

อรัญ รจเรจน์

  • ไม่เคยคิดจะส่อเสียดใครล่ะครับ เพียงแต่ผมพูดตรงๆ เท่านั้น ว่าหนังสือเกย์เท่าที่ทำกันอยู่ ส่งเสริมให้คนสำส่อนทางเพศ ส่งเสริมให้เกย์หมกมุ่นแต่เรื่องเพศ และก็ยัดเยียดให้คนซื้อวิดีโอลามกมากเกินไป

ไฟล์ภาพได้รับอนุญาตให้ใช้จาก Thai Rainbow Archive, copyright Peter A. Jackson, Australian National University และ British Library Endangered Archives Programme.

Volume 6

Sex Essay (หน้า 67-69)

บนถนนสายเปลี่ยว

โดย หมอกลาง

บนถนนสายโลกีย์ที่ชาวกรุงเทพฯขนานนามไว้นานหลาย พ.ศ. อนุวัชร์เดินออกจากบาร์เหล้า เมื่อเวลาตีสองของวันใหม่ในลักษณะกึ่งมึน แต่ยังมีสติรู้ตัว ประคองตัวเองให้เดินไปตามถนนสายนั้นได้ ผู้คนยังคงขวักไขว่ หนุ่มเหน้าหลายนายยืนอ้อยอิ่ง หยุดตามโคนต้นไม้ และเสาไฟฟ้า สอดส่ายทอดสายตาเพื่อสบตากับเหยื่อที่มองเห็นความโอชะในเรือนร่างของพวกเขา อนุวัชร์เดินทอดน่องเดียวดาย เชื่องช้าแต่สภาพอารมณ์ภายในกลับรุ่มร้อน เพราะไฟปรารถนาในราคะ เขาเหงาและอยากได้ใครคนหนึ่งที่จะเป็นเพื่อนคู่นอนในคืนนี้ เขารู้จักจิตใจของตัวเองดีว่า หากความปรารถนานี้ไม่ถูกดับลง เขาจะทุรนทุรายเพียงไร เขาจะต้องหาใครให้ได้คืนนี้

ที่สุดปลายถนน สายตาของอนุวัชร์สบเข้ากับดวงตาที่เชื้อเชิญคู่หนึ่งของชายหนุ่มร่างสูงไหล่กว้าง หน้าตาหล่อ สุภาพ เขายิ้มให้อนุวัชร์ที่มุมปาก อนุวัชร์รู้สึกอบอุ่นกับการทักทายที่ต่างก็รู้ซึ้งในความหมาย ทำให้ใจกล้าที่จะเดินเข้าไปใกล้และพูดคุยด้วย ทั้ง ๆ ที่รู้ ณ ที่ตรงนี้ กับการทักทายด้วยมิตรไมตรีจากหนุ่มหน้าตาดี และแปลกหน้า คงจะต้องจบลงที่การซื้อขายของบริการแห่งไฟตัณหาราคะ แต่อนุวัชร์บอกตัวเองว่า คืนนี้ฉันเหงาและโหยหา แม้ต้องแลกความปรารถนาของตนเองกับเงินตราก็ยอม

อนุวัชร์กลับถึงอพาตเม้นท์พร้อมด้วยชายหนุ่ม หลังการพูดคุยและตกลงเป็นที่พอใจกันที่ปลายถนน บทเพลงแห่งกามารมณ์เริ่มบรรเลงด้วยการกอดจูบ ลูบไล้เรือนร่าง แล้วเสื้อผ้าก็ถูกถอดออกจนหมด เผยให้เห็นสัดส่วนของกันและกัน อนุวัชร์ชื่นชมสรีระที่แข็งแกร่งได้สัดส่วนของชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างเหลือที่จะสะกดกลั้นอารมณ์ของตน เขาจูบไล้ไปตามผิวกายของอีกฝ่ายหนึ่งจากซอกคอถึงแผงอก เรื่อยลงมาถึงหน้าท้องและอ้อยอิ่งอยู่ที่เจ้าชายรูปงามร่างใหญ่และแข็งแกร่ง เขาใช้ลิ้นและเล็มเจ้าชายอยู่นานก่อนจะตัดสินใจปล่อยให้เจ้าชายหายเข้าไปในลำคอ จังหวะกระชั้นถี่ขึ้นลงของปากอนุวัชร์นำความพึงพอใจและเสียวซ่านให้กับชายหนุ่มฝ่ายตรงข้าม เนิ่นนานและเคลิบเคลิ้ม จนกระทั่งอาการเกร็งกระตุกเป็นสัญญาณเตือน อนุวัชร์จึงรีบถอนปากออกจากเจ้าชายน้อย มองเห็นน้ำรักสีขาวพุ่งเอ่อล้นไหลลงหน้าท้องแบนราบของชายหนุ่ม อนุวัชร์อยากจะดื่มกินและลามเลียน้ำรักนั้น แต่ด้วยการเรียนรู้และสดับฟังข่าวคราวถึงการระบาดของโรคเอดส์ ทำให้เขายับยั้งความต้องการนั้นลง แล้วชายหนุ่มก็เลื่อนตัวลงมาที่หน้าท้องของอนุวัชร์บ้าง และด้วยอากัปกริยาเดียวกัน เขาทำให้อนุวัชร์ซาบซ่านสยิวอารมณ์ และพลันอารมณ์ทะยานอยากก็ถึงสุดยอด และดับลงเมื่อน้ำรักของอนุวัชร์ได้ถูกกลั่นกรองพุ่งทะยานออกมาเช่นกัน

สายแล้วของวันใหม่ ชายหนุ่มแปลกหน้ากลับไปแล้ว พร้อมกับเงินหลายร้อยบาทที่อนุวัชร์หยิบยื่นใส่กระเป๋าเสื้อของชายหนุ่ม ความพึงพอใจในสัมผัสเมื่อคืนยังติดตรึงความรู้สึก เขาเสียดายที่ตนเองเพลียเกินกว่าที่จะเริ่มบทรักกับหนุ่มแปลกหน้าอีก ก่อนที่เขาจะจากไป อนุวัชร์ลุกขึ้นทำภารกิจประจำวันของตนแต่รู้สึกว่าคอแห้งมาก จนต้องหาน้ำดื่มจากตู้เย็น เขาดื่มเข้าไปหนึ่งแก้วใหญ่ บ่ายวันนั้น อนุวัชร์ยังรู้สึกคอแห้ง และรู้สึกระคายคอเล็กน้อย เขารีบหายาอมมาอมเพื่อแก้อาการนั้น รุ่งเช้าอีกวันหนึ่ง อนุวัชร์รู้สึกมีไข้เล็กน้อย และแสบคอ ใจคิดว่า คงเป็นไข้หวัดจากที่ตากฝนเมื่อคืน เขากินยาแก้ไข้หวัด 2 เม็ดแล้วรีบไปทำงานแต่เช้า เขาทำงานด้วยความไม่ปกติสุข เพราะในลำคอเหมือนมีอะไรร้อนไหม้ทิ่มแทงเวลากลืนน้ำลาย รีบเข้าห้องน้ำอ้าปากดูในลำคอก็ไม่พบอะไร นอกจากเห็นผนังลำคอแดงเล็กน้อย ถึงเวลาเลิกงานอาการเจ็บคอก็ยังไม่ดีขึ้น อนุวัชร์ตัดสินใจไปหาหมอที่คลีนิคแห่งหนึ่ง ใกล้บ้าน บอกอาการหมอว่าเป็นไข้เจ็บคอ หมอตรวจแล้วบอกว่า ต่อมทอนซิลโตแดงและอักเสบนิดหน่อย จัดยาให้รับประทานมาหลายชุด มีทั้งยาแก้ไข้ แก้อักเสบ อนุวัชร์กลับบ้านและทานยาตามที่หมอสั่งครบถ้วนอีก 2 วัน เขาลางานหยุดพัก 1 วัน ด้วยการอาการเจ็บคอกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น มันเป็นอาการเจ็บคอที่ไม่เหมือนการเจ็บคอครั้งก่อน ๆ ที่ตนเคยเป็น แม้ว่าอาการไข้จะไม่รุนแรงนัก แต่อาการเจ็บทิ่มแทงในลำคอ และความเจ็บแปลบปลาบทุกครั้งที่มีการกลืนน้ำหรืออาหารลงคอช่างเป็นการทรมานจิตใจถึงขนาด ใจอนุวัชร์คิดว่ายาของหมอคงจะไม่ถูกกับโรคของตน จึงกลับไปพบหมอที่คลีนิคอีกในเย็นวันถัดมา เมื่ออ้าปากให้หมอส่องไฟฉายตรวจดู หมอบอกว่าที่บริเวณต่อมทอนซิลมีหนองสีขาวเป็นแผ่นติดอยู่ หมอได้ขูดเอาหนองไปตรวจย้อมเชื้อ และพบว่าเป็นเชื้อหนองใน หัวใจของอนุวัชร์แทบจะหล่นไปอยู่ใต้ตาตุ่มเมื่อได้ฟังคำบอกจากหมอ ในความรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดหลายสิบสาย ฟ้าแลบแวบวับอยู่ในมโนสำนึก

“มันเป็นไปได้ยังไง” อนุวัชร์คิดในใจ “แล้วทำไมถึงต้องเป็นกับเขา”

หมอดูหน้าที่ซีดขาวของอนุวัชร์แล้วถามเสียงสุภาพเป็นกันเองเพื่อไม่ให้อนุวัชร์ประหม่าอายว่า “คุณไปมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปากให้คนอื่นหรือเปล่าครับ ไม่ต้องอายหมอนะครับ”

อนุวัชร์พลันรำลึกถึงชายหนุ่มแปลกหน้าที่ปลายถนนเมื่อหลายคืนก่อน และภาพเหตุการณ์ประทับใจในห้องนอน เขาอยากร้องไห้เสียงดัง ๆ และอยากให้ทุกอย่างตรงหน้าขณะนี้หยุดนิ่ง เขาอายหมอเหลือเกิน แต่ดูท่าทีหมอมีความเห็นใจ ทำให้อนุวัชร์กล้าที่จะรับกับหมอว่า ตนเป็นเกย์และมีเพศสัมพันธ์ทางปากเมื่อหลายวันผ่านมา

หมออธิบายว่า “ไม่เป็นไรครับ คราวหน้าหากคุณมีอาการที่ไม่แน่ใจว่าเกิดจากมีส่วนของการมีสัมพันธ์ทางเพศไม่ว่าคุณจะเป็นเกย์หรืออะไรก็ตาม ขอให้บอกหมอเสียตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อหมอจะวินิจฉัยอาการของคุณได้ถูกต้อง และรวดเร็วกว่านี้ คุณจะได้ไม่ต้องทรมานมากมายอยู่ตั้งหลายวันอย่างนี้ ไม่ต้องอายหมอหรอกครับ”

หมอสั่งยาให้อนุวัชร์กินหนึ่งชุด และบอกว่า หากเชื้อไม่ดื้อยานี้อาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้พยายามดื่มน้ำมาก ๆ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 1-2 วัน ให้กลับไปหาใหม่ แต่ถ้าไม่แน่ใจก็กลับไปหาได้วันต่อมา

เช้าวันรุ่งขึ้น อาการเจ็บคอทุเลาลงไปมาก อนุวัชร์สามารถกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่เจ็บปวดเหมือนเมื่อวาน ลองดื่มน้ำดูก็รู้สึกคล่องคอดี อ้าปากส่องดูในกระจกคอยังมีจุดหนองอยู่บ้าง และยังแดงอยู่ อนุวัชร์จึงกลับไปหาหมออีก และรบเร้าขอยาจากหมออีกหนึ่งชุด หมอบอกว่าไม่จำเป็น แต่คงจะเห็นว่าคอของอนุวัชร์ยังแดงอยู่ และยังมีจุดหนองอยู่บ้าง จึงสั่งยาให้อีกหนึ่งชุด อาการเจ็บคอค่อยทุเลาดีขึ้นและหายไปในวันต่อมา อนุวัชร์คิดว่าโชคดีที่โรคหายไปจากตัวเสียที เขาคิดย้อนกลับไปถึงเมื่อหลายคืนก่อน ความสุขเสียวซ่านที่ตนได้รับในคืนนั้นพลันบันดาลความเสียวขยาดแก่ประสาทสำนึก

คืนนี้บนถนนสายเปลี่ยวเหงา ยังมีอีกหลายคนที่โหยหาสิ่งที่ขาดหายไปของอารมณ์และความปรารถนา ทุกคนพยายามไขว่คว้าเพื่อเติมเต็มให้แก่อารมณ์ของตน แต่เขารู้หรือเปล่าว่า สิ่งที่เขากำลังเติมอยู่นั้นอาจเป็นสิ่งมีพิษ

บทเรียนที่ผ่านมาสอนอนุวัชร์ และใครบางคนไหม ที่เดินบนถนนสายนี้

One thought on “วิวาทะ “ประสบกาม” เกย์ บนหน้านิตยสาร Guy

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s