นักรบแสนงาม
“นักรบหายไปไหน ทำไมพวกเขาไม่มา” ซูวิ่งไปถามนักเล่านิทานทันทีที่ฝุ่นดินปืนจางลง
The Glorious Warrior
“Where did the warriors go? Why haven’t they come?” Soo runs to ask the storyteller as soon as the dust of gunpowder begins to settle.
ทารุณนิทาน
กิตติพล สรัคคานนท์ เขียนSummer Panadd วาด [To read “A Tale of Cruelty” in English translation with an introduction, click here] คัดจาก ขอศาลได้พิจารณาพิพากษาลงโทษตามกฎหมา (ตำหนัก, 2561) หน้า 4-8 อาหารบางอย่างเมื่อได้รู้ถึงส่วนประกอบหรือกรรมวิธีที่ใช้ปรุงจะเอร็ดอร่อยขึ้นอีกหลายเท่า แต่อาหารบางชนิดจะเลิศรสได้ก็ต่อเมื่อเราไม่รู้ว่ามันทำจากอะไรหรือมีวิธีการพันลึกพิสดารเพียงใดกว่าจะได้มา เช่นเดียวกับเรื่องเล่าเรื่องแต่งบางเรื่องที่จะบันเทิงได้ก็ต่อเมื่อท่านไม่รู้ว่าแท้จริงมีความเป็นมาอย่างไร เรื่องที่ข้าพเจ้ากำลังจะเล่าต่อไปก็มีลักษณาการเช่นนี้ ดังนั้นเพื่อให้กระแสของความรื่นรมย์สามารถหลากไหลสะดวกดาย ก็ขอให้ทุกท่านคิดเสียว่าทั้งหมดมาจากจินตนาการอันฟุ้งซ่านของข้าพเจ้าเอง จงอย่าได้พยายามไปดั้นด้นหาความจริงหรือนึกเปรียบเทียบข้าพเจ้าเข้ากับบุคคลที่มีตัวตนบนโลกคนใดเลย เหมือนดังที่มหาปราชญ์ได้กล่าวไว้ว่า โลกเรานั้นดีเกินกว่าจะเป็นสถานที่ของคนไม่ดี การปล่อยคนไม่ดีเพ่นพ่านไร้การควบคุมคือหายนะที่เกิดแก่คนดีอันเป็นเผ่าพันธุ์เดียวที่คู่ควรกับโลกใบนี้ การเป็นคนดีคือสิ่งที่ข้าพเจ้ารัก เพราะคนดีคือผู้ที่สามารถตัดสินได้ว่าใครคือคนเลว คนชั้นต่ำกเฬวราก คนดีบนโลกใบนี้จึงต้องมีอยู่อย่างจำกัด และก็เป็นเหมือนปราชญ์อีกท่านได้กล่าวไว้ว่า คนดีต้องดิ้นรนเพื่อให้ตนสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ถ้าต้องทำการใดในทางตรงกันข้ามกับความดี เพื่อรักษาความเป็นคนดีของเราไว้ ก็ล้วนเป็นเรื่องจำเป็น เฉกเช่นการโกหก ใครบอกว่าคนดีจะไม่โป้ปด การเป็นคนดีไม่ได้มีข้อห้ามให้เรากล่าวเท็จ เราสามารถทำได้ตราบเท่าที่ยังคงแนบเนียน และไม่มีใครสามารถจับผิดเราได้ ดังนั้นถ้าต้องขจัด หรือสังหารคนทุกคนที่ทำให้การโกหกของเราไม่สมบูรณ์ก็เป็นเรื่องที่เราต้องกระทำโดยไม่ลังเล กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว คนดีนั้นเกิดมาจากซากศพของคนไม่ดี คนที่ล้มเหลวในการเป็นคนดี หรืออ่อนแอเกินกว่าจะเป็นคนดี…
A Tale of Cruelty
Written by Kittiphol SaragganondaTranslated by Tyrell HaberkornIllustrated by Summer Panadd [คลิกที่นี่เพื่ออ่าน “ทารุณนิทาน” ฉบับภาษาไทย] May the Court Consider Delivering a Guilty Verdict in Accordance with the Rule of Dogs (ขอศาลได้พิจารณาพิพากษาลงโทษตามกฎหมา, 2018), the anthology which opens with Kittiphol Saragganonda’s story, “A Tale of Cruelty,” does not have an introduction. Text on the back cover – “Their bodies…
ความคิดทางชนชั้นกับการปฏิวัติแบบเพ้อฝัน
สมัคร บุราวาส, กุหลาบ สายประดิษฐ์, และสุภัทร สุคนธาภิรมย์ บรรยายในเรือนจำสุพจน์ ด่านตระกูล เขียนSummer Panadd วาด [To read “Suphot Dantrakul and the Material of Revolution” in English translation with an introduction, click here] คัดจาก สุพจน์ ด่านตระกูล, ปทานุกรมการเมืองฉบับชาวบ้าน (สำนักพิมพ์สันติธรรม, 2528) หน้า 114-124 และ 90-93ต้นฉบับเขียนขึ้นราว 30 ปีก่อนหน้านั้นท่ามกลางบรรยากาศของการเรียนรู้ทฤษฎีการเมืองในเรือนจำ ดังที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในคำขึ้นต้นว่า ก่อนอื่นใดทั้งหมด ผมต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการทุกๆท่าน ที่มีส่วนในการช่วยเหลือปลุกปล้ำให้ผมได้มีโอกาสเข้าคุก ในฐานะเป็นจำเลยคดีขบถภายในและภายนอกราชอาณาจักร หรือที่เรียกกันว่า กบถ 10 พ.ย. (2495) และในโอกาสนี้ผมเว้นเสียมิได้ที่จะขอขอบคุณคณะท่านผู้พิพากษาศาลอาญาผู้นั่งพิจารณาคดีนี้ด้วย ที่ได้กรุณาไม่อนุญาตให้จำเลยในคดีนี้ได้มีประกันตัวไปในระหว่างพิจารณาของศาลนั้น ผมขอขอบคุณท่านทั้งหลายที่กล่าวมานี้ด้วยความจริงใจ ด้วยความกรุณาของท่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจ อัยการ…
Suphot Dantrakul and the Material of Revolution
Based on lectures in prison by Samak Burawas, Kulap Saipradit, and Suphat SukhonthaphiromWritten by Suphot DantrakulTranslated by Tyrell HaberkornIllustrated by Summer Panadd [คลิกที่นี่เพื่ออ่าน “ความคิดทางชนชั้นกับการปฏิวัติแบบเพ้อฝัน” ในต้นฉบับภาษาไทย] Suphot Dantrakul, born into an ethnically Chinese family in southern Thailand in 1923, was arrested in November 1952 along with 103 others on the charge of rebellion. Lumped together by…
มลายูที่รู้สึก
ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ เขียนSummer Panadd วาด [To read “Melayu as is felt” in English translation with an introduction, click here] คัดจาก มลายูที่รู้สึก (ปาตานีฟอรั่ม, 2558) หน้า 2-8 ปาเยาะห์เนาะยาดีนายูมันยากที่จะเป็นมลายู กลางปี พ.ศ. 2548 ผมมีโอกาสเดินทางไป จ.ปัตตานี และได้รู้จักกับกลุ่มคนที่พูดภาษามลายู และนับถือศาสนาอิสลามเป็นครั้งแรก ด้วยความรู้เพียงน้อยนิดที่ติดตัวไปทำให้ทราบว่าคนกลุ่มนี้ เรียกตัวเองว่า “ออแฆนายู” แต่ตัวผมตอนนั้นไม่ใคร่จะสนใจนักว่าความเป็น “นายู” หรือ “มลายู” มีความหมายต่อความรู้สึกนึกคิดของเขาและเธออย่างไร รู้เพียงว่าตนได้ย่างเท้าเข้าไปในสถานที่อันตรายและเต็มไปด้วยความรุนแรง ปัตตานีในห้วงเวลาดังกล่าวมีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะถูกเรียกว่า “วิกฤตการณ์ภาพตัวแทน” (Crisis of Representation) เพราะทั้งผมหรือคนทั่วไปไม่มีทางรับรู้ความจริงในด้านอื่นได้เลย นอกเหนือไปจากภาพของแดนมิคสัญญีซึ่งมีผู้เสียชีวิตรายวันจากการลอบวางระเบิดและการซุ่มโจมตี คำว่า “สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” อันหมายถึง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส…
Melayu as is felt
Written by Sorayut AiemueayutTranslated by Juria ToramaeIllustrated by Summer Panadd [คลิกที่นี่เพื่ออ่าน มลายูที่รู้สึก ในต้นฉบับภาษาไทย] Dreams of justice are not a luxury, but holding on to them might be. When one is overwhelmed by feelings of injustice, such dreams may become wasteful, or even irrelevant if one doesn’t know where to look anymore. This dynamic between feeling, knowing,…
A laborer dreams much the same
Written by Duanwad PimwanaFirst published in 2012 in Underground Buleteen, Issue 16, edited by Wad RaweeTranslated by Peera SongkünnathamIllustrated by Summer Panadd [คลิกที่นี่เพื่ออ่าน “กรรมกรก็ฝันเฉกเช่นกัน” ในต้นฉบับภาษาไทย] At first glance, the title of the following poem may seem like a generic affirmation that laborers also have dreams. But actually, as you will see, it points to a…
กรรมกรก็ฝันเฉกเช่นกัน
เดือนวาด พิมวนา เขียนSummer Panadd วาด [To read “A laborer dreams much the same” in English translation with an introduction, click here] คัดจาก Underground Buleteen วารสารหนังสือใต้ดิน เล่ม 16 (2555, วาด รวี บรรณาธิการ) หน้า 157-159 กรรมกรก็ฝันเฉกเช่นกัน กรรมกรคนนั้นผละจากงานตอนเที่ยงวันใต้เพิงพักชั่วคราวกับเพื่อนร่วมงานอาหารเลวหนึ่งมื้อผ่านไปอย่างไร้อนาทรมีเวลาเหลือพอจะเอนหลังเอาแรงสักครู่เช่นเคยชินเหมือนทุกวี่วัน, หลังอาหารเพื่อนคนงานเริ่มคะคานเรื่องการเมืองกรรมกรคนนั้นยิ้มหยันไม่ร่วมวงมวนบุหรี่ตับจาก, เอนกายอิงเสา แล้วฝันหวาน……….เขาฝันถึงอาวุธร้ายชนิดหนึ่งพึงใจในประสิทธิภาพของมันถึงขั้นยกย่องจะวิเศษเพียงไรหากกรรมกรอย่างเขามีอาวุธนั้นไว้ในครอบครองอาวุธป้องกันการดูหมิ่น, เหยียดหยามปกป้องผู้ถือครองให้พ้นจากการถูกว่าร้ายระบายอารมณ์ปกป้องอย่างไม่ต้องคำนึงถึงความจริง-ความลวงปกป้องอย่างไม่ต้องคำนึงถึงที่มา-ที่ไปปกป้องอย่างไม่ต้องคำนึงถึงถูก-ผิดปกป้องอย่างไม่ต้องคำนึงถึงอื่นใดในโลกถ้อยคำ ตัวอักษร การแสดงออกราวถูกจับยัดคืนใส่สมองของผู้กระทำเฉียบขาดและให้ผลเต็มร้อยจำคุกห้าปีต่อหนึ่งถ้อยคำกรรมกรเผลอยิ้มอย่างอัศจรรย์ใจนึกย้อนถึงสายตาดูถูก, ถ้อยคำดูแคลน,ที่เขาได้รับอยู่เป็นนิจจนเป็นธรรมดาแห่งชีวิตอาวุธพิเศษอันเต็มอยู่ด้วยคุณสมบัติพิเศษเขาจะกลายเป็นผู้วิเศษหากมีสิทธิ์ได้ถือครองมีชีวิตอยู่เยี่ยงมนุษย์แต่ได้สิทธิ์เหนือมนุษย์สิ่งที่มนุษย์กระทำได้, เขาจะได้กระทำสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรกระทำ, เขาจะกระทำได้ความเลวร้ายในตัวเขาจะไม่มีใครเข้าถึงการกระทำดำมืดจะไม่มีใครรู้เห็นกรรมกรอัดยาเส้นรุนแรงแล้วปิดเปลือกตาหลบแสงจ้าของดวงตะวันเพื่อโจนสู่ห้วงฝันอันแสนสุข……….กรรมกรผู้หนึ่งกับอาวุธประจำตัวชนิดหนึ่งด้านมืดแห่งความเป็นมนุษย์ถูกปลุกเร้ารุนแรงเข้มข้นใบหน้าของผู้คนลอยวนอยู่เกลื่อนสำนึกเป็นใบหน้าที่เขาเคยอาฆาตแค้นเพราะความขัดแย้งใบหน้าที่หยิบยื่นแต่ความผิดหวัง, น้อยเนื้อต่ำใจใบหน้าที่เขาคิดริษยาและไม่ถูกชะตาแม้กระทั่งใบหน้าที่เขาแสนรักแต่ไม่เคยรักเขาใบหน้าเหล่านี้ที่เขาอยากจะฆ่าแต่ฆ่าไม่ได้เพราะเขาจะกลายเป็นฆาตกรในฝันอันแสนสุขล้ำลึกนั้นเขากระซิบเตือนตนเองอยู่ซ้ำซ้ำก่ออาชญากรรม — โดยไม่ต้องเป็นอาชญากรทำเลว — แต่จะเป็นคนดีอยู่ชั่วนาตาปีสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรกระทำ — ล้วนกระทำได้ฆ่าได้ — โดยไม่ต้องเป็นฆาตกรเขาเผลอหัวเราะเบาเบาทั้งที่ตายังปิดสนิทอาวุธร้ายชนิดนี้ทำให้เขารู้สึกได้แจ่มชัดถึงความศักดิ์สิทธิ์ในตน……….กรรมกรคนนั้นลืมตาขยับนั่งถึงเวลาต้องกลับเข้างานช่วงบ่ายเพื่อนร่วมงานเกาะกลุ่มเดินตามกันไปเป็นขบวนเขาลุกตาม, แต่ทิ้งระยะเสมือนจะไว้ตัวไม่อยากเข้ารวมกลุ่มในห้วงฝันเมื่อครู่, ทำให้เขารู้สึกตนเป็นดั่งพระราชาฉะนั้น.
Something went wrong. Please refresh the page and/or try again.
Follow My Blog
Get new content delivered directly to your inbox.